การวัดปริมาณสาร

การวัดปริมาตรของสาร 

              ปริมาตร (volume) หมายถึง จำนวนที่บอกขนาดของรูป 3 มิติ ในทางคณิตศาสตร์โดยทั่วไปมักจะกล่าวถึงปริมาตรของของแข็งที่มีรูปทรงเรขาคณิต ส่วนปริมาตรของของเหลวจะวัดต้องอาศัยภาชนะในการตวง ปริมาตรมีหน่วยเป็น ลูกบาศก์เมตร (m3) เช่น ช้อนตักสาร หลอดหยด หลอดฉีดยา กระบอกตวง บีกเกอร์ 
           วิธีใช้อุปกรณ์วัดปริมาตร 
     1. ช้อนตักสาร ใช้ตักสารที่เป็นของแข็ง 
- ห้ามตักสารที่ยังร้อน 
- ไม่กดสารในช้อน และปาดปากข้อนเพียงครั้งเดียว 
- ตักสารแล้วทำความสะอาด ทำให้แห้งก่อนตักสารอื่น 
     2. หลอดหยด ใช้วัดปริมาตรของของเหลว 
- นับจำนวนหยดของเหลวต่อปริมาตร 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร 
- ใช้หลอดหยดดูดของเหลวปริมาณใกล้เคียงกับที่ต้องการ 
- ห้ามหงายหลอดหยด บีบจุกยางให้ของเหลวหยดทีละหยดอย่างสม่ำเสมอ 
- ใช้เสร็จแล้วให้ถอดจุกยางออก ล้างให้สะอาด วางไว้ให้แห้ง 
     3. หลอดฉีดยา ใช้วัดปริมาตรของของเหลว 
- เลือกขนาดหลอดฉีดยาให้เหมาะสมกับปริมาตรของของเหลวที่ต้องการใช้ 
- ไล่อากาศออกจาหลอดให้หมด 
- จุ่มปลายหลอดลงในของเหลว ดึงก้านหลอดขึ้นจนส่วนโค้งต่ำสุดของลูกยางตรง กับขีดปริมาตรที่ต้องการ 
- ใช้เสร็จแล้วแยกแต่ละส่วนออกล้างให้สะอาดวางให้แห้งนำมาสวมกลับเข้าตามเดิม 
     4. กระบอกตวง ใช้วัดปริมาตรของของเหลว 
- ใช้กระบอกตวงที่เหมาะสมกับปริมาตรของเหลวที่จะวัด 
- อ่านปริมาตรต้องให้ขีดบอกปริมาตรและส่วนโค้งต่ำสุดหรือสูงสุดอยู่ในระดับสายตา 
- ใช้เสร็จแล้วล้างให้สะอาดระวังการล้มแตก 
      5. บีกเกอร์ 
- ปกติใช้ตวงของเหลวเพื่อใช้ในการเตรียมสารละลาย 
- มีขนาดตั้งแต่ 50 ลูกบาศก์เซนติเมตรจนถึง 2 ลิตร 

       การหาปริมาตรของของแข็ง มีวิธีการหา 2 วิธี ดังนี้ 

        1. วัตถุที่มีรูปทรงเรขาคณิต หาได้จากการวัดส่วนต่าง ๆ แล้วนำมาคำนวณหาโดยการ 
ใช้สูตร ดังนี้ 
ปริมาตรรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก = กว้าง x ยาว x สูง 
ปริมาตรรูปสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ = ด้าน x ด้าน x ด้าน 
ปริมาตรรูปทรงกระบอก = r2h (r = รัศมี, h = ความสูง) 
ปริมาตรรูปทรงกลม = 4r3 
        2. วัตถุไม่เป็นรูปทรงเรขาคณิตทำได้โดยนำวัตถุชนิดนั้นไปแทนที่น้ำในถ้วยยูรีกาแล้วตวงหาปริมาตรของน้ำที่ล้นออกมาซึ่งจะมีค่าเท่ากับปริมาตรของวัตถุนั้นตามหลักของ
อาร์คีมีดิส 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น